TM FARMER
ทองเหมาะ แจ่มแจ้ง
สถาบันการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ชีวภาพ สุพรรณบุรี
Your Subtitle text
ประกาศยกเลิกการอบรมประจำปี พ.ศ. 2560
เนื่องจากมีเหตุขัดของบางประการ ทางสถาบันการเรียนรู้เกษตรอินทรีย์ชีวภาพ สุพรรณบุรี จึงขอยกเลิกการอบรมในปี พ.ศ. 2560 นี้  จึงเรียนมาเพื่อทราบ และ ขออภัย มา ณ. ที่นี้

  (วันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2560)

นายทองเหมาะ แจ่มแจ้ง เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ พ.ศ. 2549
สาขาทำนา

ข้อมูลอย่างย่อ

ข้อมูลจาก: http://suphanburi.doae.go.th/tongmoae.htm  
ปรับปรุง โดย มงคล แจ่มแจ้ง วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

1.  ประวัติส่วนตัว

     ชื่อ – สกุล    นายทองเหมาะ    แจ่มแจ้ง    เกิดเมื่อวันที่    23    เมษายน   2487    อายุ   69  ปี  สมรสกับนางทวี  แจ่มแจ้ง  มีบุตร  3  คน  ประกอบด้วย

      1.   นายคมน์  แจ่มแจ้ง  จบการศึกษาระดับปริญญาโท

      2.   นายมงคล  แจ่มแจ้ง  จบการศึกษาระดับปริญญาโท  ปัจจุบันทำธุรกิจส่วนตัว ณ.  ประเทศสหรัฐอเมริกา

      3.   นายมนตรี  แจ่มแจ้ง  จบการศึกษาระดับปริญญาตรี  ปัจจุบันเป็นผู้จัดการห้องปฏิบัติการชาวนา (ทีเอ็ม ฟาร์มเมอร์ แล็บ)

 2.   รายละเอียดกิจกรรม

   

       2.1    ปลูกข้าวอินทรีย์   ในพื้นที่   30   ไร่

      2.2    ค้นพบจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง

   

      2.3    ผลิตสารป้องกันขับไล่แมลง

      2.4    ผลิตฮอร์โมนจากรกหมู

   

      2.5    ผลิตน้ำส้มควันไม้

      2.6    ผลิตดัดแปลงเครื่องมืออุปกรณ์สำหรับใช้ในการเกษตร

    

      2.7    คัดพันธุ์ข้าวโดยการนำข้าวกล้องที่สมบูรณ์ที่สุดไปเพาะเพื่อขยายพันธุ์

      2.8    ผสมพันธุ์ข้าว พันธุ์ใหม่ ชื่อ “เบาบางงาม”

    

   

3.  ความคิดริเริ่มการประกอบอาชีพและความพยายามฝ่าฟันอุปสรรคในการสร้างผลงาน

                3.1  จากเดิมทำนาโดยใช้สารเคมีเต็มรูปแบบจนสุขภาพอ่อนแอ  จึงหันมาทำนาข้าวอินทรีย์โดยใช้จุลินทรีย์และสารชีวภาพทดแทน

                3.2  คิดค้นวิธีการทำนาเพื่อให้ได้ผลผลิตมากขึ้น  ลดต้นทุนการผลิตเป็นการเพิ่มผลกำไร  เช่น  การปลูกข้าวหอมมะลิ  ครั้งที่  2  ดัดแปลงเครื่องมืออุปกรณ์การเกษตร  ฯลฯ

                3.3  มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ในนาได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม  เช่น  ใช้เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว

    

                3.4  เป็นตัวอย่างให้กับเกษตรกรรอบข้างในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการผลิตและการจัดการโดยเน้นผลิตเอง  ใช้เอง เหลือขายตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

      

                3.5  การแก้ปัญหาของเกษตรกรด้านพื้นที่  ด้านวิชาการเกษตร  ด้านเศรษฐกิจ  ด้านสังคม  ด้านการเมือง  และด้านสิ่งแวดล้อม  เช่น  การใช้จุลินทรีย์ชีวภาพมาปรับปรุงดินที่มีสภาพเป็นกรดจัดให้เหมาะสมกับการทำนา  การคิดและทำผลิตภัณฑ์การเกษตรตามหลักวิชาการและเป็นวิทยากรเผยแพร่ให้เกษตรกรอื่น ๆ เรียนรู้และทำเองใช้เองได้เป็นการแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ  ,  สังคม  ,  การเมือง    และแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมให้ปราศจากมลพิษ

                3.6  แนวคิดในการทำงาน

                                ขยัน  ประหยัด  ซื่อสัตย์  อดทน  และเสียสละ  จะช่วยครอบครัว  ช่วยสังคมและช่วยประเทศชาติได้

 

4.  ผลงานและความสำเร็จของผลงานทั้งปริมาณและคุณภาพ  ตลอดจนระยะเวลาที่ปฏิบัติงานและ ความยั่งยืนในอาชีพ

            4.1  ผลงาน

                                4.1.1  ผลผลิตต่อไร่หรือต่อหน่วยพื้นที่เกินค่าเฉลี่ยของชุมชนที่ทำนาอินทรีย์ (ไม่ใช้ปุ๋เคมี  ไม่  ใช้สารใด ๆ )  คือ  ผลิตได้เฉลี่ย  800 ก.ก / ไร่  ขณะที่นาที่ผลิตแบบเดียวกันรายอื่น  600 ก.ก. / ไร่  ถ้าเปรียบเทียบกับนาเคมีผลผลิตยังต่ำกว่าคือได้  800  ก.ก. / ไร่  ขณะที่นาเคมีเฉลี่ย  850 ก.ก. / ไร่  แต่เปรียบเทียบรายได้สุทธิทำนาอินทรีย์ได้มากกว่าเนื่องจากตัดต้นทุนปุ๋ยเคมีและสารเคมีออกไป

                                4.1.2  มีการผลิตที่ถูกหลักการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP)

-          เกษตรกรผลิตแบบอินทรีย์  ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีใด ๆ

 

4.1.3  มีการบริหารจัดการการผลิตและการตลาดที่ดี (แผนการผลิตและการตลาด)

                -  เกษตรกรแยกส่วนผลิต  เช่น  ผลิตเพื่อจำหน่ายเมล็ดพันธุ์จะผลิตตามที่เกษตรกรรายอื่นสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์  และผลิตเพื่อสีเป็นข้าวกล้องปลอดสารเคมีบรรจุถุงจำหน่ายที่จะมีตลาดรองรับทั้งหมด

4.1.4  ทุน / รายได้

                -  ต้นทุนการทำนาแบบอินทรีย์ถูกกว่าทำนาแบบเคมี

                -  รายได้มากกว่าทำนาแบบเคมี

4.1.5  การใช้เทคโนโลยีในการปรับปรุงสภาพการผลิต

                -  การคัดพันธุ์ข้าวก่อนการปลูกทุกครั้ง

                -  ปรับปรุงดินโดยใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงอย่างยั่งยืน

                -  ให้ธาตุอาหารข้าวโดยใช้ฮอร์โมนจากรกสุกร, น้ำหมักชีวภาพจากพืชและปุ๋ยหมักจุลินทรีย์ชีวภาพแทนการใช้ปุ๋ยเคมี

            4.2  ความยั่งยืนในอาชีพ

4.2.1  ความต่อเนื่องของการทำนา  เริ่มทำนาโดยช่วยพ่อ และแม่ทำตั้งแต่เด็ก  ต่อมาได้แยกจากพ่อและแม่มาทำนาเอง  โดยการทำนาครั้งแรกเป็นการทำนาแบบเคมี  และได้มีการปรับปรุงเป็นการทำนาแบบอินทรีย์ในปัจจุบัน  (โดยเริ่มทำนาแบบอินทรีย์ตั้งแต่  พ.ศ.2540  จนถึงปัจจุบัน)

4.2.2  การขยายพื้นที่  เนื่องจากพื้นที่นาของนายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  มีพื้นที่ประมาณ  30  ไร่  ประกอบกับมีภาระเป็นวิทยากรสอนเกษตรกรทั่วไปภายในจังหวัดสุพรรณบุรี  และต่างจังหวัดตามคำขอเชิญจากสถาบันต่าง ๆ   เช่น  กลุ่มอโศก  ซึ่งมีเครือข่ายเกษตรอินทรีย์หลายจังหวัด  เป็นวิทยากรของ  ธกส. ,  กศน. ,  สสส.  ฯลฯ  จึงไม่มีกำลังพอที่จะขยายพื้นที่ทำนาของตนเองให้มากขึ้น  แต่ได้ขยายเครือข่ายการทำนาแบบอินทรีย์ไปจังหวัดต่าง ๆ   ที่ได้เป็นวิทยากรจำนวนมากมาย

4.2.3  การเพิ่มมูลค่าผลผลิตและการตลาด  นายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  ได้เพิ่มมูลค่าผลผลิตโดยการทำข้าวเปลือกจากการทำนาแบบอินทรีย์มาสีเป็นข้าว กล้องอินทรีย์บรรจุถุงจำหน่ายเองโดยตรงให้กลุ่มอโศก  เป็นการเพิ่มมูลค่ามากกว่าขายเป็นข้าวเปลือกให้แก่โรงสี  สำหรับการตลาดนายทองเหมาะ  แจ่มแจ้ง  ได้ติดต่อให้กลุ่มอโศกรับซื้อข้าวกล้องที่ผลิตได้ทั้งหมดนอกจากจำหน่ายของ ตนเองแล้วยังได้ติดต่อจำหน่ายข้าวกล้องอินทรีย์ของสมาชิกเครือข่ายเกษตร อินทรีย์อีกด้วย

            4.3  การขยายผล

               นายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  เป็นตัวอย่างในการปฏิบัติงานให้กับเกษตรกรในบริเวณพื้นที่ทำนาทุ่งเดียวกันและเป็นแหล่งศึกษา  ดูงาน ของเกษตรกรทั่วไป  ซึ่งสถาบันต่าง ๆ ตลอดจนเครือข่ายองค์กรเอกชน  มูลนิธิต่าง ๆ  ทั้งในและต่างจังหวัดได้เชิญเป็นวิทยากรในการทำนาข้าวอินทรีย์จนสามารถสร้างเครือข่ายการทำนาอินทรีย์มากมาย

 

5.  ความเป็นผู้นำและการเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมในด้านต่าง ๆ

            5.1  เป็นผู้นำที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ  นายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  ได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทย  รุ่นที่  4  ของสภาการศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ  โดยประกาศเมื่อวันที่  8  กุมภาพันธ์  พ.ศ.2548  และได้รับการยกย่องจากกลุ่มอโศกให้เป็นปราชญ์ชาวบ้าน

            5.2  การทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม  เช่น   เป็นที่ปรึกษาด้านต่าง ๆ เป็นสถานที่ศึกษา  ดูงาน  เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และอื่น ๆ   นายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  เป็นที่ปรึกษาของโรงเรียนวังหว้าราษฎร์สามัคคี  ใช้สถานที่บ้านพักเป็นสถานที่ศึกษา  ดูงาน เรื่องการทำจุลินทรีย์ต่าง ๆ   การคัดเมล็ดพันธุ์ข้าว  ฯลฯ   และเป็นวิทยากรบรรยายเองทุกครั้งที่มีเกษตรกรจากภายในจังหวัดหรือต่างจังหวัดมาศึกษา  ดูงาน

           5.3  ความสามารถในการสื่อสารและการทำความเข้าใจ  นายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  เป็นวิทยากรที่มีความสามารถสูง  สื่อสารให้เกษตรกรเข้าใจได้ง่ายเป็นที่ยอมรับของเกษตรกรผู้เข้าอบรม / สัมมนา  จนได้รับเชิญจากศูนย์บริการศัตรูพืชจังหวัดสุพรรณบุรีให้ไปเป็นวิทยากรหลายครั้ง

            5.4  บุคลิกภาพความน่าเชื่อถือและจริยธรรม   นายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  มีบุคลิกภาพดี  มีความน่าเชื่อถือของเกษตรกร และหน่วยงานต่าง ๆ   มีจริยธรรมอันดีจนได้รับการเชิดชูเกียรติเป็นครูภูมิปัญญาไทย  รุ่นที่  4  ของสภาการศึกษา  กระทรวงศึกษาธิการ

 

6.  การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

            6.1  ที่ตั้งของฟาร์มต้องไม่อยู่ในเขตป่าสงวน  หรือเขตหวงห้ามของทางราชการ  ที่นายของนายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง   มีเอกสิทธิ์ไม่อยู่ในเขตป่าสงวน

            6.2  การปรับปรุงบำรุงดินนายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีและไม่ใช้สารเคมีใด ๆ จะใช้ปุ๋ยจุลินทรีย์ชีวภาพที่สกัดจากพืชและรกของสุกรทดแทนเป็นการปรับปรุง บำรุงดินที่ถูกวิธี  อีกทั้งที่นา  30  ไร่ของนายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  ไม่เคยเผาฟาง  โดยจะใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นตัวย่อยสลายฟางข้าวกลับกลายเป็น ปุ๋ยหมักธรรมชาติ

           6.3  การป้องกันและการรักษาดิน  ที่นาของนายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  เป็นที่ราบลุ่มเหมาะสำหรับการทำนาไม่มีปัญหาเรื่องการพังทลายของดิน  จึงไม่ได้ปลูกแฝกแต่จะใช้วิธีไม่เผาฟางและใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นตัวย่อยสลายฟางข้าวกลับกลายเป็นปุ๋ยหมักธรรมชาติมาเป็นเวลานานหลายปี  ((เริ่มทำนาแบบอินทรีย์ตั้งแต่  พ.ศ.2540)  จนหน้าดินอุดมสมบูรณ์เต็มที่  ประกอบด้วยฮิวมัสหนามาก  จึงไม่มีความจำเป็นต้องปลูกพืชคลุมดิน

           6.4  การป้องกันกำจัดศัตรูพืชโดยวิธีผสมผสาน  นายทองเหมาะ   แจ่มแจ้ง  ใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ผ่านการคัดเมล็ดพันธุ์อย่างดีจากพันธุ์ต้านทานที่ทางราชการแนะนำส่งเสริม  ใช้สารชีวภาพที่ผลิตเองในการปรับปรุงบำรุงดินและกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าวโดยไม่ใช้สารเคมีใด ๆ มานานหลายปีทำให้เกิดระบบนิเวศที่เหมาะสมในนาข้าว  มีแมลงศัตรูธรรมชาติ (ตัวห้ำ  ,  ตัวเบียน)  มากมายในนาข้าวเป็นการถูกต้องตามหลักวิธีการและเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

           6.5  มีการจัดการที่อยู่อาศัยและกิจกรรมการปลูกพืชอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและถูกสุขลักษณะ

  

ต้นทุนการผลิตข้าวอินทรีย์ / ไร่
 

เตรียมดิน  

450 บาท

ค่าถังหว่าน  

40 บาท

สารขับไร่แมลง 

20 บาท

ค่าเชื้อเพลิง  

60 บาท

ค่าเก็บเกี่ยว   

500 บาท

ค่าขนส่ง    

200 บาท

   รวม      

1270 บาท

รายได้

ผลผลิตข้าวเปลือก

800 ก.ก. / ไร่ (กล้อง  480  ก.ก.)
จำหน่ายเป็นพันธุ์ข้าว 40 – 60 บาท / ก.ก.
จำหน่ายเป็นข้าวกล้อง   ปลีก   60 บาท / ก.ก.

จำหน่ายเป็นข้าวกล้อง    ส่ง

40 บาท / ก.ก.
กำไรสุทธิ    
  -  ขายข้าวเปลือก (ข้าวพันธุ์) 38,730 บาท
  -  ขายเป็นข้าวกล้อง 27,530 บาท

  

 


เขียนโดย : http://suphanburi.doae.go.th/tongmoae.htm
ปรับปรุง โดย มงคล แจ่มแจ้ง วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556